บทสรุปของผู้บริหาร
ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านท่าปาบ ที่อยู่ เลขที่ ๘๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง รหัสไปรษณีย์ ๙๒๑๑๐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต ๒ เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ผู้บริหารโรงเรียนบ้านท่าปาบ นางสาวกชกร มีเพียร เบอร์โทรศัพท์ ๐95-2623969 จำนวนครู
และบุคลากรทางการศึกษา ๑๐ คน จำแนกเป็น ข้าราชการครู 7 คน วิทยากรอิสลาม 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน นักการภารโรง ๑ คน จำนวนนักเรียน รวม ๘๙ คน จำแนกเป็นระดับอนุบาล ๒๑ คน ระดับประถมศึกษา 68 คน
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
|
มาตรฐาน
|
ระดับคุณภาพ
|
|
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน
|
ยอดเยี่ยม
|
|
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
|
ดีเลิศ
|
|
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
|
ยอดเยี่ยม
|
|
สรุปผลการประเมินในภาพรวมของสถานศึกษา
|
ยอดเยี่ยม
|
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน
กระบวนการพัฒนา
โรงเรียนบ้านท่าปาบดำเนินนโยบายพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านผ่านยุทธศาสตร์การเรียนรู้
เชิงประสบการณ์ โดยใช้ฐานการเรียนรู้ ๕ ฐานกิจกรรมบูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านการศึกษาเป็นแกนหลักในการบูรณาการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง สถานศึกษาได้ออกแบบหลักสูตร
ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและโครงงานตามบริบทของท้องถิ่นบ้านท่าปาบ เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้นำกิจกรรมสภานักเรียนมาเป็นกลไกสำคัญ
ในการบ่มเพาะวิถีประชาธิปไตยและการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลาย โดยมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาวะและติดตามพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคลอย่าง
เป็นระบบ (Q-info) เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของตนเอง
อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ผลการพัฒนา
จากการดำเนินงาน ส่งผลให้นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีผลการประเมินในด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและความรักในความเป็นไทยอยู่ในระดับดีเยี่ยม นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงาน
หรือนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและมีความสามารถในการสืบค้นข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อสรุปความรู้ด้วยตนเองได้อย่างโดดเด่น แม้จะมีข้อจำกัดในบางรายวิชาพื้นฐานที่ต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม แต่ในภาพรวมผู้เรียนมีสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคมที่เข้มแข็ง มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น
ต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างครบถ้วน ส่งผลให้มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มีผลการพัฒนา
อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม
แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
สถานศึกษากำหนดมาตรการเชิงรุกในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยเฉพาะกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ที่ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT)
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑และผลสัมฤทธิ์ระดับสถานศึกษายังไม่บรรลุค่าเป้าหมาย โดยจะใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนและการสอนซ่อมเสริม ที่ปรับเปลี่ยนสื่อการสอนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองในการกำกับดูแลพฤติกรรมการกินและโภชนาการเพื่อให้เด็ก
มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยอย่างยั่งยืน
จุดเด่น
ผู้เรียนมีความโดดเด่นอย่างชัดเจนในด้านคุณธรรม จริยธรรม และการมีวินัยที่สะท้อนผ่านกิจกรรม
ความรับผิดชอบต่อเขตพื้นที่และการมีจิตสาธารณะร้อยละ ๑๐๐ นอกจากนี้ นักเรียนยังมีทักษะ
ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เป็นประจักษ์และสะท้อน
ถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงลึกได้เป็นอย่างดี
จุดที่ควรพัฒนา
ควรให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านการคำนวณและการสื่อสารภาษาอังกฤษ
ที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงการติดตามภาวะโภชนาการของนักเรียนอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหาเด็กมีน้ำหนักส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
กระบวนการพัฒนา
ภายใต้ระบบการบริหารงานคุณภาพด้วยวงจร PDCA โรงเรียนบ้านท่าปาบได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยเชิญตัวแทนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหาเพื่อกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน สถานศึกษาให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการส่งเสริมวิทยฐานะอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับโรงเรียนใกล้เคียงเพื่อการแลกเปลี่ยนทรัพยากร
และองค์ความรู้ พร้อมทั้งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง โดยจัดสรร SMART TV ครบ
ทุกห้องเรียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ
ผลการพัฒนา
สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี โดยได้รับการยอมรับในระดับสูงจากการประเมินความโปร่งใส (ITA Online) สภาพแวดล้อมทางกายภาพได้รับการพัฒนาจนมีความร่มรื่น ปลอดภัย และมีแหล่งเรียนรู้ที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ได้รับการใช้งานอย่างเต็มศักยภาพโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้การประสานงานและการติดตามผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่งผลให้มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มีผลการพัฒนาอยู่ในระดับคุณภาพ ดีเลิศ
แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
สถานศึกษามีแผนการพัฒนาระบบ Big Data เพื่อใช้ในการตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์เชิงลึก
ให้ครอบคลุมการบริหารงานทั้ง ๔ ฝ่าย พร้อมทั้งยกระดับการนิเทศภายในสู่ระบบนิเทศทางไกลที่ทันสมัย
และการแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรภายนอกระดับสากลเพื่อเปิดโลกทัศน์ทางการศึกษาให้แก่บุคลากร
และนักเรียน เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบในด้านการบริหารจัดการคุณภาพในอนาคต
จุดเด่น
มีความชัดเจนในด้านนโยบายการนำเทคโนโลยีมาใช้ขับเคลื่อนการศึกษา โดยเฉพาะความสำเร็จ
ในการจัดสรรสื่อ SMART TV และอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงง่ายทุกห้องเรียน อีกทั้งยังมีระบบบริหารจัดการที่มี
ความยืดหยุ่นและได้รับแรงสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากภาคีเครือข่ายความร่วมมือ (MOU) และคณะกรรมการสถานศึกษา
จุดที่ควรพัฒนา
ควรส่งเสริมการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการที่สามารถนำไปเผยแพร่เป็นแบบอย่าง
ให้กับสถานศึกษาอื่นได้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ
เฉพาะทางให้มีความทันสมัยเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของวิทยาการสมัยใหม่
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
กระบวนการพัฒนา
คณะครูโรงเรียนบ้านท่าปาบได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการเรียนรู้สู่รูปแบบเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการทักษะการคิดและการปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรม
ที่หลากหลาย ครูให้ความสำคัญกับการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างแรงจูงใจ
ในการเรียนรู้ พร้อมทั้งใช้ระบบบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกเพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นมิตร นอกจากนี้ยังมีกระบวนการนิเทศภายในที่เข้มแข็ง PLC เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอนและวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล นำไปสู่การออกแบบการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่น
ผลการพัฒนา
จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท ส่งผลให้ครูร้อยละ ๑๐๐ มีความเชี่ยวชาญในการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ครูมีข้อมูลสารสนเทศนักเรียนรายบุคคลที่ละเอียด
และเป็นปัจจุบัน นำไปสู่การวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จสูงถึงร้อยละ ๙๕.๖๗ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
ซึ่งแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่งผลให้มาตรฐาน
ที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีผลการพัฒนาอยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม
แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
สถานศึกษาจะมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ครูสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัลที่เป็นของตนเองและเผยแพร่
สู่สาธารณะ พร้อมทั้งยกระดับการใช้ข้อมูลสะท้อนกลับ เชิงลึกเพื่อให้นักเรียนสามารถประเมินและกำกับ
การเรียนรู้ด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่เวทีการนำเสนอผลงานของนักเรียนจากภายในสถานศึกษาสู่ระดับเครือข่ายและระดับจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจและทักษะการสื่อสารในระดับที่สูงขึ้นให้แก่ผู้เรียน
จุดเด่น
ครูมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
(ร้อยละ ๙๕.๕๐) และความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลนักเรียนรายบุคคลเพื่อการวางแผนพัฒนา
การเรียนรู้ที่แม่นยำ อีกทั้งยังมีความเข้มแข็งในกิจกรรม PLC ที่สะท้อนออกมาเป็นผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
จุดที่ควรพัฒนา
ควรเสริมสร้างทักษะให้ครูมีความเชี่ยวชาญในการจัดเวทีอภิปรายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้นักเรียน
ได้แสดงออกถึงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์ ให้บ่อยครั้งยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสื่อการสอนที่เน้น
การปฏิสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียนในเนื้อหาที่มีความซับซ้อนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
(นางสาวกชกร มีเพียร)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าปาบ
|